Koimart Farm Logo
HomeHistoryBlogContact Us
KoiMartFarm Background2

ไปตามหาปลาคาร์ฟที่ญี่ปุ่น ไปที่ไหนกันดี

ซื้อปลาที่ญี่ปุ่น มีขั้นตอนนำเข้าอย่างไรบ้าง และต้องรอนานแค่ไหนกว่าลูกค้าจะสามารถรับปลาไปเลี้ยงได้ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจซื้อขายปลาคาร์ฟที่ญี่ปุ่นคึกคักมาก แต่ละฟาร์ม แต่ละ Breeder ทยอยนำปลาขึ้นจากบ่อดิน (Ikeage) เพื่อมาให้ Dealer และคนรักปลาคาร์ฟจากทั่วโลกเลือกซื้อกัน โดยเฉพาะปลานิไซ ที่ต้องบอกว่าแต่ละฟาร์มต่างงัดทีเด็ดออกมาโชว์ให้ได้ร้องว้าว!! กัน และแน่นอน ปลาคุณภาพดี ราคาไม่มีถูก ราคาปลาคาร์ฟสูงขึ้นทุกปี เนื่องค่าใช้จ่ายในการทำฟาร์มที่สูงขึ้น และจากความต้องการ (Demand) ของเหล่า Dealer จากทั่วโลกนั่นเอง

หลังจากที่เลือกซื้อปลากันตลอดทั้ง Trip ซึ่งกินเวลากว่า 1 เดือนครึ่ง ก็ถึงเวลานำปลากลับมาเมืองไทยกันแล้ว ซึ่งกว่าจะถึงมือนักเลี้ยง ลองไปดูว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ซึ่งในขั้นตอนต่าง ๆ ในญี่ปุ่นจะเป็นหน้าที่ของ Dealer ชาวญี่ปุ่นหรือคนกลางที่พาเราไปซื้อปลา

blog1-0

Koi Mart Farm เกิดจากความหลงใหลในความงามของปลาโค่ย

1. Dealer และ Breeder ทำการตรวจเช็คปลาที่เราได้ซื้อไว้ เพื่อให้ตรงตามรายการที่เราทำการซื้อ รวมถึงเรื่องสุขภาพของปลา และทำการ Packing ปลาจากฟาร์ม รวบรวม และขนส่งมายังสนามบิน ซึ่งตรงนี้ทาง Dealer ชาวญี่ปุ่นจะทำการนัดแนะกับฟาร์มเองสำหรับการ Packing ปลาลงถุงและกล่องก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม อย่างเช่น ปลาขนาดนิไซขนาด 40 ซม. ขึ้นไป ก็มักจะใส่กล่องละ 4-5 ตัว เป็นต้น

2. มีการเตรียมเอกสารจากประเทศญี่ปุ่น (ผู้ส่งออก) เช่น ใบรับรองสุขภาพ (Health Certificate) ซึ่งออกโดยหน่วยงานของญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองว่าปลามีสุขภาพดีและปลอดโรค เอกสารการค้าอื่น ๆ เช่น ใบยืนยันการนำเข้า และทำการจองไฟลต์บิน เป็นต้น

3. ในส่วนของผู้นำเข้าหรือฟาร์มในประเทศไทย จะต้องทำเรื่องขออนุญาตินำเข้าสัตว์น้ำต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง ซึ่งจะต้องแสดงใบรับรองสุขภาพที่ทางญี่ปุ่นออกให้

4. เมื่อปลาขนส่งมาถึงเมืองไทย กรมประมงจะทำการตรวจเช็คจำนวนปลาและชนิดปลาให้ตรงกับเอกสาร และถ่ายรูปไว้เพื่อมา Re-check อีกครั้งว่าตรงกับเอกสารหรือไม่

5. ระยะเวลาที่ปลาจะต้องอยู่ในถุงที่อัดออกซิเจน เริ่มจากการ Packing ของฟาร์มที่ญี่ปุ่น → ขนส่งมายังสนามบินที่ญี่ปุ่น → ระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบิน → มาถึงสนามบินที่เมืองไทยและทำการตรวจเช็ค → จนกระทั่งปล่อยลงบ่อในห้องกักกันโรคของฟาร์ม รวมระยะเวลาบวกลบประมาณ 15-18 ชั่วโมง

6. หลังจากผ่านขั้นตอนที่ด่านกักกันสัตว์น้ำที่สนามบินแล้ว ปลาทั้งหมดจะถูกนำเข้าไปดูแลในห้องสำหรับกักกันโรคของแต่ละฟาร์ม ซึ่งสร้างตามมาตรฐานของกรมประมง หลังจากนั้นอีก 7 วัน กรมประมงจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจเช็คปลา โดยเช็คจำนวนว่าตรงตามที่แสดงไว้ในเอกสารตอนนำเข้าหรือไม่ รวมถึงตรวจสุขลักษณะของโรงเรือนสำหรับกักกัน ตรวจเช็คสุขภาพปลา และทำการจดบันทึก

7. หลังจากนั้นอีก 21 วัน กรมประมงจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บตัวอย่างจากปลาเพื่อนำไปตรวจโรค โดยการตัดซี่เหงือก (Gill Clipping) เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อไวรัส KHV (Koi Herpes Virus) และ SVCV (Spring Viremia of Carp Virus) รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและปรสิตภายนอกอื่น ๆ การเก็บตัวอย่างนี้จะไม่ทำกับปลาทุกตัว แต่จะเป็นการสุ่มจากปลาในแต่ละบ่อ (ทุกบ่อ)

8. ระหว่างรอผลตรวจหาโรคจากห้องแล็บของกรมประมง ปลาที่ถูกเลี้ยงในห้องกักกันโรคของฟาร์ม ในเบื้องต้นจะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกับญี่ปุ่น คือประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส (ด้วย Chiller) เพื่อไม่ให้ปลาเกิดภาวะช็อคจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน เกิดความเครียด และป้องกันสีหลุด และจะมีการปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทีละนิด ๆ จนเท่ากับอุณหภูมิน้ำทั่วไปของเมืองไทย ในระหว่างนี้จะมีการเปลี่ยนน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ในระหว่างนี้จะมีการให้อาหารที่ผสมยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

9. เมื่อทราบผลการตรวจโรคจากกรมประมงว่าปลาชุดนี้สุขภาพแข็งแรงและปลอดโรค ก็จะถึงเวลา “ปลดการกักกัน” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ปลดกัก” แล้ว นั่นหมายความว่า ปลาชุดนี้จะสามารถนำออกขาย และส่งให้กับนักเลี้ยงได้ไปลงบ่อกันแล้ว ตรงนี้สามารถตอบคำถามที่ว่า “ต้องรอนานแค่ไหน กว่าจะได้เลี้ยงปลาที่นำเข้าจากญี่ปุ่น” จากขั้นตอนต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวไป จะกินเวลาประมาณ 40-45 วันครับ

สำหรับปลาที่ผ่านการกักกันตามระเบียบของกรมประมงจนมั่นใจกว่าปลอดภัยและปลอดโรค โดยที่ยังไม่ได้ถูกนำไปเลี้ยงกับปลาชุดเก่าหรือชุดอื่นของฟาร์ม พูดตรง ๆ คือ ออกจากห้องกักกันสด ๆ ร้อน ๆ ผู้เลี้ยงสามารถนำไปเลี้ยงได้ทันที โดยไม่ต้องกักกันโรคอีกครั้ง เพราะปลาได้ผ่านการดูแลจนมีสุขภาพดีแล้ว ตรงนี้ผมจึงอยากจะแนะนำว่า ถ้าทางฟาร์มแจ้งว่าปลาปลดกักปุ๊บ ก็ควรมารับปลาที่คุณสั่งซื้อกลับบ้านทันที เพราะช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาที่มั่นใจได้มากที่สุดว่าปลาจะมีสุขภาพดี ปลอดจากโรคนั่นเองครับ

Contact Us

ส่งข้อความหาเรา

KoiMartFarm FacebookKoiMartFarm TiktokKoiMartFarm LineKoiMartFarm Instagram
Koi Mart Farm Logo

Koi Mart Farm Co.,LTD

46/81 Moo2 Chaengwattana28, Bangtalad, Pak Kret District, Nonthaburi 11120